สมาชิกทีมงานของ Polymarket Mustafa ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 21 มีนาคม โดยเป็นการประกาศข่าวสำคัญที่จะเผยแพร่ในวันจันทร์หน้า พร้อมแนบสัญลักษณ์เหรียญ 🪙 ในทวิตนั้น ชุมชนต่างก็เดากันไปต่างๆ นานา ว่าเกี่ยวข้องกับรอบการระดมทุนใหม่ หรือการเปิดตัวโทเค็น POLY ปัจจุบัน Polymarket มีมูลค่าประเมินประมาณ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และในปี 2026 ปริมาณการซื้อขายก็ได้แตะ 4.9 พันล้านดอลลาร์
(เรื่องราวก่อนหน้า: Polymarket จะออกโทเค็นแล้วหรือ? เอกสาร SEC เปิดเผยข้อมูลสำคัญ)
(ข้อมูลเสริม: Polymarket กลับเข้าสหรัฐอเมริกา โอกาสต่อไปของตลาดทำนายคืออะไร?)
สมาชิกทีมงานของ Polymarket Mustafa ได้โพสต์ข้อความที่น่าคิดบน X ว่า: มีข่าวใหญ่ในวันจันทร์หน้า พร้อมแนบสัญลักษณ์เหรียญ 🪙
ประกาศใหญ่วันจันทร์ 😛🪙
— Mustafa (@mustafap0ly) 20 มีนาคม 2026
ชุมชนมีการคาดเดาสองแนวทาง หนึ่งคือประกาศการระดมทุนครั้งสำคัญ และสองคือการประกาศออกโทเค็น POLY
สองแนวคิดนี้มีความสมเหตุสมผล ตามข้อมูลในแบบฟอร์ม D ของ SEC ซึ่งระบุว่า บริษัทดำเนินงานของ Polymarket คือ Blockratize Inc. ได้เปิดเผยรอบการระดมทุน มูลค่า 257.5 ล้านดอลลาร์ โดยขายไปแล้ว 135.4 ล้านดอลลาร์ และมีนักลงทุนเริ่มต้นจำนวน 23 ราย
อีกด้านหนึ่ง CMO ของ Polymarket อย่าง Matthew Modabber เคยออกมายืนยันแผนการออกโทเค็น POLY เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และกล่าวว่าก่อนจะออกโทเค็น ควรทำตลาดในสหรัฐให้เรียบร้อยก่อน ทางสำนักงานเครื่องหมายการค้าก็ได้รับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย $POLY แล้วเช่นกัน
การเคลื่อนไหวของคู่แข่งอย่าง Kalshi ก็สร้างแรงกดดันให้ Polymarket มากขึ้น Kalshi เพิ่งเสร็จสิ้นการระดมทุนรอบใหม่มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่ากิจการพุ่งขึ้นเป็น 22 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเป็นการลงทุนจาก Coatue Management
อ้างอิงจากรายงานของ The Wall Street Journal ทั้งสองบริษัทกำลังเจรจารอบการระดมทุนใหม่ที่มูลค่าประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์ ขณะนี้ Polymarket มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งห่างจาก Kalshi ค่อนข้างมาก หากข่าวในครั้งนี้เป็นการระดมทุน ก็จะช่วยลดช่องว่างนั้นลงโดยตรง
หากข่าวสำคัญในวันจันทร์หน้าเป็นการออกโทเค็น POLY นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การแจกจ่ายโทเค็นแบบ airdrop อาจแบ่งสรรประมาณ 5-10% ของจำนวนโทเค็นทั้งหมดให้กับผู้ใช้งานที่มีความเคลื่อนไหวสูง ปัจจุบัน Polymarket มีปริมาณการซื้อขายในปี 2026 ถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์ และฐานผู้ใช้งานที่ใช้งานอยู่ก็ไม่เล็ก หากโทเค็นเกิดขึ้นจริง ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดการกลับมาของผู้ใช้งานใหม่และความคึกคักในการซื้อขายอีกครั้ง