ข่าว Gate News: ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมธนาคารด้วยความเร็วที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจเร็วกว่าความเร็วในการแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ ไดมอนกล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทในแทบทุกหน้าที่ แอปพลิเคชัน และกระบวนการของ JPMorgan Chase ช่วยยกระดับผลิตภาพ และผลักดันนวัตกรรมในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ วิทยาศาสตร์วัสดุ และการบริหารความเสี่ยง
JPMorgan Chase คาดว่าจะลงทุนราว 19.8 พันล้านดอลลาร์ในด้านเทคโนโลยีในปี 2026 ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ ระบบข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ ซึ่งต่อยอดจากการที่บริษัทลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ปีละประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ไดมอนเน้นย้ำว่า แม้ปัญญาประดิษฐ์จะสร้างโอกาสครั้งใหญ่ แต่ก็มีความเสี่ยงร้ายแรงเช่น การปลอมแปลงข้อมูลอย่างลึกซึ้ง ข้อมูลเท็จ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งต้องให้ภาคธุรกิจ หน่วยงานกำกับดูแล และรัฐบาลเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสมดุลไว้ได้
ด้านการจ้างงาน ไดมอนยอมรับว่าปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานบางส่วน แต่ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มบทบาทให้กับงานอื่นๆ เขากล่าวว่า JPMorgan Chase จะพยายามอย่างเต็มที่ในการย้าย/จัดสรรงานใหม่ให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบ และย้ำว่าความต้องการบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ยังคงแข็งแกร่ง ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เช่น Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เตือนว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจเข้ามาแทนที่งานระดับเริ่มต้นในสายงานเฉพาะทางได้ถึงครึ่งหนึ่งภายในเวลา 5 ปี ขณะที่ OpenAI ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเตรียมความพร้อมด้านภาษี การคุ้มครองแรงงาน และระบบประกันสังคมสำหรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่เกิดจากระบบอัตโนมัติ
ไดมอนกล่าวว่า เมื่อธนาคารนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ จะต้องไม่ประมาท และในขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลมากเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นการกดทับนวัตกรรม JPMorgan Chase กำลังผนวกรวมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใน นักวิเคราะห์เห็นว่า กลยุทธ์นี้อาจกลายเป็นตัวอย่างสำคัญที่ช่วยให้สถาบันการเงินทั่วโลกเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลได้ และเมื่อเทียบกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ Ethereum ก็อาจส่งผลกระทบทางอ้อมได้เช่นกัน