
เชมส์มีมไอคอนบอลท์ซี, สุนัขชิบะฮ่องกง, เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2023 ระหว่างการผ่าตัด มีมีมเชมส์ที่มีภาพใบหน้าที่เขินอายและสายตาที่งุนงง ซึ่งมีการเติม “m” เข้าไปในคำ (“bunger”) ซึ่งกลายเป็นไวรัลในปี 2017 เป็นแรงบันดาลใจให้กับคริปโตเคอเรนซี CHEEMS และรูปแบบ “Swole Doge vs Cheems” ที่มีชื่อเสียง

เชมส์มีมเป็นภาพของสุนัขชิบะชื่อบอลท์ซีที่มีใบหน้าเขินอายและดวงตาที่งุนงง ลักษณะเด่นของเชมส์มีมคือการสะกดคำผิดโดยตั้งใจหรือการแทรกตัวอักษร “m” ระหว่างคำเพื่อสร้างความขบขัน เช่น “burger” กลายเป็น “bunger,” “sleep” กลายเป็น “mleep,” และ “burger” กลายเป็น “bunger”
เชมส์เป็นสัญลักษณ์ของการจัดการสถานการณ์อย่างงุ่มง่าม บุคลิกภาพที่เขินอาย และปฏิกิริยาที่ตั้งใจดีแต่ขาดเนื้อหา ในหลายๆ การเปรียบเทียบเชมส์มักวางเคียงคู่กับมีมด็อก (สุนัขทรงพลัง) เพื่อสร้างความขบขันและความแตกต่างระหว่างความสง่างามในอดีตกับสภาพงุนงงในปัจจุบัน รูปแบบนี้กลายเป็นหนึ่งในเทมเพลตมีมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปลายทศวรรษ 2010s และต้นทศวรรษ 2020s
เชมส์มีมเริ่มต้นเมื่อเจ้าของโพสต์ภาพของบอลท์ซีบนอินสตาแกรม @balltze ตั้งแต่ปี 2015 อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งเดือนกันยายน 2017 เมื่อมีการโพสต์ภาพ “เขินอาย” ที่กลายเป็นไวรัล บอลท์ซีจึงกลายเป็นที่รู้จักในอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการเมื่อชุมชนออนไลน์เริ่มสร้างมีมภายใต้ชื่อเชมส์

เชมส์ ซึ่งมีชื่อจริงว่าบอลท์ซี เป็นพลเมืองฮ่องกง ภาพของบอลท์ซีถูกโพสต์โดยเจ้าของบนอินสตาแกรมตั้งแต่ปี 2015 อย่างไรก็ตาม เชมส์มีมไม่ได้รับความนิยมจนถึงเดือนกันยายน 2017 เมื่อภาพ “เขินอาย” หนึ่งภาพกลายเป็นไวรัล ภาพนี้จับภาพบอลท์ซีที่แสดงออกถึงความสับสน ความวิตกกังวล และความน่ารักที่ไร้ความสามารถ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่คนในอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าใจได้อย่างแพร่หลาย
ชื่อ “เชมส์” เชื่อว่ามีรากมาจากอาหารโปรดของบอลท์ซี ซึ่งอ้างว่าเป็นเบอร์เกอร์ชีส คำว่า “cheese” ถูกออกเสียงผิดเป็น “cheems” พร้อมกับการเติม “m” เพื่อสร้างความขบขัน อย่างไรก็ตาม ในโพสต์ของเจ้าของบอลท์ซี ได้เปิดเผยว่าสุนัขไม่เคยกินเบอร์เกอร์ชีสจริงๆ ทำให้เรื่องราวต้นกำเนิดของชื่อกลายเป็นมีมไปโดยปริยาย
ในเดือนสิงหาคม 2019 ผู้ใช้ Reddit ชื่อ Octatracking ได้อัปโหลดมีมเชมส์ ซึ่งต่อมามีผู้โหวตมากถึง 2,900 โหวต และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีมเชมส์ก็กลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมในออนไลน์ ช่วงเวลานั้นตรงกับการฟื้นตัวของมีมด็อกอย่างเป็นทางการ ซึ่งสร้างเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบให้เชมส์ปรากฏตัวเป็นคู่ขวัญตลกของด็อก
2015: เจ้าของบอลท์ซีเริ่มโพสต์ภาพบนอินสตาแกรม @balltze
กันยายน 2017: ภาพ “เขินอาย” กลายเป็นไวรัล สร้างเชมส์มีม
สิงหาคม 2019: โพสต์บน Reddit ได้รับ 2,900 โหวต ทำให้เชมส์กลายเป็นมีมหลัก
2020-2021: เชมส์ถึงจุดสูงสุดความนิยมกับรูปแบบ “Swole Doge vs Cheems”
18 สิงหาคม 2023: บอลท์ซีเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด กระตุ้นความเศร้าทั่วโลก
ด้วยความนิยมของเชมส์มีม เจ้าของบอลท์ซีเปิดเว็บไซต์ขายของที่ระลึก (cheems-balltze) รวมถึงเสื้อผ้า แก้วน้ำ สติ๊กเกอร์ และสินค้าอื่นๆ ที่มีภาพเชมส์ การทำเช่นนี้แสดงให้เห็นว่ามีมได้เปลี่ยนจากมุกตลกบนอินเทอร์เน็ตธรรมดาเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าทางการค้า
หนึ่งในเชมส์มีมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพของสุนัขกล้ามโตและเชมส์ (Swole Doge vs Cheems) ซึ่งมักใช้เปรียบเทียบสองด้านที่ตรงกันข้ามในลักษณะตลก ขบขัน เปรียบเทียบความรุ่งโรจน์ในอดีตกับความเสื่อมในปัจจุบัน คาดหวังกับความเป็นจริง หรืออุดมคติกับความเป็นจริง
รูปแบบนี้มักแสดง “Swole Doge” (เวอร์ชันกล้ามโตที่ถูกแต่งภาพของด็อกเดิม) ซึ่งเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง ความสามารถ หรือความสมบูรณ์แบบ เปรียบเทียบกับเชมส์ที่แสดงถึงความอ่อนแอ ไม่มีความสามารถ หรือผิดหวัง โครงสร้างการเปรียบเทียบนี้สามารถปรับใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยผู้สร้างสามารถนำไปใช้กับ:
บุคคลในประวัติศาสตร์: นักรบโบราณ vs ทหารสมัยใหม่
วิวัฒนาการเทคโนโลยี: โทรศัพท์ Nokia เก่า vs สมาร์ทโฟนเปราะบาง
ความแตกต่างระหว่างรุ่น: “เด็กสมัยก่อน” vs “เด็กสมัยนี้”
การเติบโตส่วนตัว: “ฉันวางแผน” vs “ฉันลงมือทำ”
ผลการเรียน: “สิ่งที่ฉันเรียน” vs “สิ่งที่ออกสอบ”
ความสามารถในการปรับตัวของรูปแบบนี้อธิบายได้ว่ามันอยู่ได้นาน เพราะต่างจากมีมที่มีแนวโน้มจะหมดความสนุกในไม่ช้า เทมเพลตเปรียบเทียบเชมส์สามารถนำไปใช้กับสถานการณ์ก่อน-หลัง หรืออุดมคติ-ความเป็นจริงได้เกือบทุกแบบ ทำให้สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งมีมเชมส์ที่มีชื่อเสียงเท่าเทียมกันคือภาพของสุนัขชิบะที่ตีอีกตัวด้วยไม้เบสบอล (Cheems bonk-ing) ซึ่งมักแสดงให้เห็นเชมส์หนึ่งตัวตีอีกตัวหนึ่งพร้อมกับคำว่า “bonk” โดยมักมีข้อความเสริม เช่น “Go to horny jail” หรือสถานการณ์ลงโทษตลกๆ
มีมเชมส์บองก์กลายเป็นคำย่อสำหรับการลงโทษพฤติกรรมไม่ดี ความคิดไม่เหมาะสม หรือการกระทำที่ไร้สาระ การใช้ความรุนแรงแบบไม่เป็นอันตราย (สุนัขวาดลายเส้นตีเบาๆ) ทำให้เหมาะสมกับบริบทที่เป็นมิตรและให้ความรู้สึกสนุกสนาน การสมดุลระหว่างการแก้ไขอย่างอ่อนโยนและความขบขันนี้เป็นเหตุผลที่มีมเชมส์บองก์ได้รับความนิยมในชุมชนออนไลน์ต่างๆ
เชมส์ คอยน์ (CHEEMS) เป็นคริปโตเคอเรนซีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเชมส์มีม โดยมีบอลท์ซีเป็นสุนัขชิบะ เช่นเดียวกับด็อกคอยน์ มันได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากชุมชนออนไลน์และผู้ชื่นชอบมีม เป็นคริปโตเคอเรนซีที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนที่พยายามใช้ประโยชน์จากความไวรัลของมีมและวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต
เป้าหมายของเชมส์ คอยน์เน้นที่การมีส่วนร่วมของชุมชนและมีม มากกว่าการพัฒนาทางเทคนิคหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในบล็อกเชน คอยน์นี้มักโปรโมทด้วยมีมเชมส์ ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนและผู้สนใจในมีมคอยน์ที่มองหาอะไรเบาสมองในตลาดคริปโต
การเปลี่ยนเชมส์มีมเป็นคริปโตแสดงให้เห็นถึงมูลค่าทางการค้าและผลกระทบทางวัฒนธรรมของมีม สิ่งที่เริ่มต้นจากภาพถ่ายตลกของสุนัขงุ่มง่าม กลายเป็นแบรนด์ที่สามารถสนับสนุนเครื่องมือทางการเงิน สายสินค้า และความร่วมมือทางการค้า เส้นทางนี้คล้ายกับเส้นทางของด็อกคอยน์ แต่ในระดับที่เล็กกว่า แสดงให้เห็นว่ามีมระดับรองก็สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากมาย
ความนิยมอย่างยาวนานของเชมส์มีมมาจากการเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของความวิตกกังวลและความไร้ความสามารถในยุคสมัยนี้ ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์เน้นความสมบูรณ์แบบ เชมส์เป็นตัวแทนของความเขินอายที่แท้จริงซึ่งคนส่วนใหญ่มักรู้สึกแต่ไม่ค่อยแสดงออกมา การเติม “m” ในคำสร้างรูปแบบการพูดที่เหมือนเด็ก ซึ่งทั้งน่ารักและตลก ทำให้ความผิดพลาดกลายเป็นสิ่งน่ารักไม่ใช่เรื่องน่าอาย
“เชมส์คือไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด” เป็นวลียอดนิยมที่ยกย่องแนวคิดนี้ ปรับเปลี่ยนมีมจากแค่เรื่องตลกเป็นตัวแทนของการยอมรับตัวเอง ด้วยการระบุว่าตนเองไม่สมบูรณ์แบบ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นกลุ่มที่ยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตนเอง เปลี่ยนความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่เพียงพอให้กลายเป็นเรื่องตลกที่แชร์กันในวงกว้าง กลไกทางจิตนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเชมส์มีมจึงยังคงอยู่ต่อไป ในขณะที่มีมที่ดูฉูดฉาดกว่ากลับจางหายไป เพราะมันตอบสนองความต้องการทางอารมณ์มากกว่าความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
เชมส์มีมยังเปิดโอกาสให้คนสร้างมีมได้ง่ายๆ ต่างจากรูปแบบซับซ้อนที่ต้องใช้ทักษะการตัดต่อขั้นสูง ใครก็สามารถสร้างเนื้อหาเชมส์ได้โดยการเติม “m” เข้าไปในคำและจับคู่กับภาพบอลท์ซี ซึ่งเป็นการลดอุปสรรคในการสร้างเนื้อหา ทำให้มีการสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและรักษาความสดใหม่ของเทมเพลตนี้ได้หลายปีหลังจากจุดสูงสุด
เชมส์มีมได้ก้าวข้ามวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตเข้าสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง เช่น แคมเปญโฆษณาของ KFC สเปนที่ใช้เชมส์เป็นตัวละคร ทำให้มีมกลายเป็นไอคอนวัฒนธรรมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย การนำเชมส์ไปใช้ในแบรนด์และองค์กรต่างๆ ทำให้เทมเพลตนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์มากกว่ามีมที่มีเนื้อหารุนแรง เช่น Pepe the Frog ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มการเมืองที่มีความขัดแย้ง เชมส์ที่ไร้เดียงสาและเข้าถึงง่ายจึงเหมาะสมกับการใช้งานในเชิงพาณิชย์โดยไม่เสี่ยงต่อภาพลักษณ์
เชมส์ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2023 ระหว่างการผ่าตัด ทำให้เกิดความเศร้าโศกอย่างกว้างขวางในชุมชนออนไลน์ การประกาศนี้ทำให้เกิดความรู้สึกคล้ายกับการสูญเสียคาบูโซะ (ด็อกดั้งเดิม) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความผูกพันทางอารมณ์ที่ผู้คนสร้างกับสัตว์มีมเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง
แม้บอลท์ซีจะจากไป แต่เชมส์มีมยังคงอยู่ต่อไปด้วยภาพเก็บถาวรและเทมเพลตที่ยังใช้งานได้ รูปแบบของเชมส์ไม่ผูกติดกับเหตุการณ์ปัจจุบันหรือเทรนด์ชั่วคราว ทำให้เทมเพลตนี้ยังคงใช้งานได้อย่างไร้กาลเวลาในเรื่องของความเขินอายและความไร้ความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้มีมนี้อยู่ได้นานเกินกว่าชีวิตของสุนัขตัวต้นแบบ
เชมส์มีมไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ความบันเทิงง่ายๆ แต่กลายเป็นไอคอนวัฒนธรรมที่แสดงความน่ารักและความตลกของชีวิตสมัยใหม่ เชมส์มีมสร้างสมบัติล้ำค่าของความหลากหลายที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนออนไลน์สร้างสรรค์ต่อไปอีกหลายปี
เชมส์มีมเป็นภาพของบอลท์ซี สุนัขชิบะฮ่องกงที่มีใบหน้าเขินอาย จุดเด่นคือการเติม “m” เข้าไปในคำเพื่อสร้างความขบขัน เช่น “burger” เป็น “bunger,” “sleep” เป็น “mleep” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงุ่มง่ามและความตั้งใจดีแต่ขาดความสามารถ
บอลท์ซี สุนัขที่เป็นต้นแบบเชมส์มีม เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2023 ระหว่างการผ่าตัด การประกาศนี้ทำให้ชุมชนออนไลน์ที่ผูกพันกับสุนัขชิบะงุ่มง่ามนี้รู้สึกเศร้าโศกอย่างมาก
Swole Doge vs Cheems เป็นเทมเพลตเชมส์มีมที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงภาพด็อกกล้ามโตที่เป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งหรือความรุ่งโรจน์ในอดีต เปรียบเทียบกับเชมส์ที่แสดงถึงความอ่อนแอหรือความเสื่อมในปัจจุบัน รูปแบบนี้ใช้เปรียบเทียบสองด้านในลักษณะตลก
ใช่ เชมส์ คอยน์ (CHEEMS) เป็นคริปโตเคอเรนซีที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนและได้รับแรงบันดาลใจจากเชมส์มีม เช่นเดียวกับด็อกคอยน์ มันเน้นที่การสนับสนุนจากชุมชนและวัฒนธรรมมีม มากกว่าการพัฒนาทางเทคนิคหรือเทคโนโลยีในบล็อกเชน คอยน์นี้จึงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สนุกและเก็งกำไรเป็นหลัก
ความผิดปกติทางภาษาเกิดจากการออกเสียงผิดของคำว่า “cheeseburger” เป็น “cheemsburger” ซึ่งเจ้าของบอลท์ซีเปิดเผยว่าสุนัขไม่เคยกินเบอร์เกอร์ชีสจริงๆ การเติม “m” จึงสร้างลักษณะการพูดแบบเด็ก ซึ่งทั้งน่ารักและตลก ทำให้ความผิดพลาดกลายเป็นสิ่งน่ารักไม่ใช่เรื่องน่าอาย
ใช่ เชมส์มีมยังคงอยู่ต่อไปด้วยภาพเก็บถาวรและเทมเพลตที่ใช้งานได้ รูปแบบนี้ไม่ผูกติดกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ทำให้ยังคงใช้งานได้อย่างไร้กาลเวลาในเรื่องของความเขินอายและความไร้ความสามารถ ซึ่งเป็นเหตุผลที่มีมนี้จะอยู่ต่อไปนานกว่าชีวิตของสุนัขตัวต้นแบบ