การลงทุนในพันธบัตร, แม้แต่ผู้เริ่มต้นก็เข้าใจได้ง่าย

อยากเริ่มลงทุนเพื่ออนาคต แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี? แนะนำให้ลองดูที่พันธบัตรก่อนครับ หากคุณคาดหวังผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงิน แต่ไม่อยากเสี่ยงมากเหมือนหุ้น พันธบัตรเป็นตัวเลือกที่ดีมากเลยครับ ในบทความนี้จะอธิบายพื้นฐานของพันธบัตรตั้งแต่ต้นจนถึงวิธีการลงทุนจริงๆ ให้เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

พันธบัตรคืออะไร? อธิบายง่ายๆ ครับ

พันธบัตรคือ เอกสารสัญญาที่รัฐบาลหรือบริษัทออกมาเพื่อบอกว่า “จะยืมเงินจากคุณ” ครับ เมื่อออกพันธบัตรแล้ว ฝ่ายออกพันธบัตร (รัฐบาลหรือบริษัท) จะกู้เงินจากนักลงทุน แล้วจ่ายดอกเบี้ยเป็นระยะๆ และเมื่อครบกำหนดก็จะคืนเงินต้นให้

พูดง่ายๆ เหมือนกับเวลาที่คุณกู้เงินจากธนาคาร ถ้าธนาคารเป็นฝ่ายออกพันธบัตร ก็เหมือนกับคุณเป็นผู้ให้กู้ แต่ต่างกันตรงที่พันธบัตรจะมีระยะเวลาชัดเจน และคุณจะได้รับดอกเบี้ยตามกำหนด

ในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 นี้ พันธบัตรได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินธนาคาร แต่ก็ไม่ผันผวนมากเหมือนหุ้น และตอนนี้ก็มีพันธบัตร ESG, ดิจิทัลพันธบัตรบนบล็อกเชน และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมามากขึ้น ทำให้ตัวเลือกเยอะขึ้นจริงๆ ครับ

5 จุดเด่นของพันธบัตรที่ควรรู้ก่อนลงทุน

เพื่อเข้าใจว่าทำไมพันธบัตรถึงได้รับความนิยม ลองดู 5 จุดเด่นของพันธบัตรกันครับ

1. ความเสถียรและปลอดภัย
พันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลหรือบริษัทที่มีเครดิตดี จะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้นต่ำมาก โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลหรือ AAA ซึ่งใกล้เคียงกับเงินฝากธนาคารในด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน

2. ได้รับดอกเบี้ยเป็นระยะๆ
พันธบัตรส่วนใหญ่จะจ่ายดอกเบี้ยทุก 3-6 เดือน คล้ายกับได้รับเงินเดือนประจำ ทำให้รู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับรายได้เท่าไหร่ เช่น พันธบัตรรัฐบาลให้ดอกเบี้ยประมาณ 3% ต่อปี ส่วนพันธบัตรบริษัทอาจให้ 4-5% ซึ่งดีกว่าการฝากเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า 3% ในปัจจุบัน

3. สามารถขายต่อในตลาดได้เสมอ
ไม่จำเป็นต้องถือจนครบกำหนด คุณสามารถขายพันธบัตรในตลาดกลางได้ตลอดเวลา ตลาดพันธบัตรในเกาหลีปี 2025 มีมูลค่าการซื้อขายวันละประมาณ 25 ล้านล้านวอน ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็วหากจำเป็น

4. ราคาขึ้นลงตามอัตราดอกเบี้ย
ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง ราคาพันธบัตรเดิมจะปรับตัวขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยขึ้น ราคาพันธบัตรจะลง นี่คือโอกาสทำกำไรจากการซื้อขายตามความผันผวนของราคา

5. สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ดอกเบี้ยพันธบัตรที่ได้รับจะถูกหักภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าการขายหุ้นหรือสินทรัพย์อื่น และพันธบัตร ESG บางประเภทยังได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมด้วย

พันธบัตร vs เงินฝากธนาคาร อันไหนดีกว่ากัน?

ทั้งสองอย่างดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วต่างกันมากครับ

เงินฝากธนาคารเป็นการฝากเงินไว้กับธนาคาร ซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายฝากเงินสูงสุด 5 พันล้านวอน แต่พันธบัตรเป็นการให้กู้เงินแก่ฝ่ายออกพันธบัตร ถ้าฝ่ายออกล้มละลาย ก็อาจไม่ได้รับเงินต้นคืน แต่ผลตอบแทนสูงกว่า และสามารถซื้อขายในตลาดได้ง่ายกว่า

รายการ พันธบัตร เงินฝากธนาคาร
ผู้ออก รัฐบาล/บริษัท ธนาคาร
ระยะเวลา หลายช่วง ตั้งแต่ไม่กี่เดือนถึงหลายสิบปี 1-3 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภท)
ดอกเบี้ย จ่ายเป็นงวดหรือครั้งเดียวตอนครบกำหนด จ่ายเมื่อครบกำหนด
สภาพคล่อง ขายในตลาดได้ตลอดเวลา ต้องรอจนกว่าจะถอนเงิน
ความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้ออก ต่ำมาก (คุ้มครองเงินฝาก)
การรับประกันเงินต้น ขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้ออก คุ้มครองสูงสุด 5 พันล้านวอน
ภาษี ดอกเบี้ยถูกหักภาษี ดอกเบี้ยถูกหักภาษีเช่นกัน

ชนิดของพันธบัตรมีอะไรบ้าง? แตกต่างกันอย่างไร?

พันธบัตรมีหลายประเภทตามผู้ออกและความเสี่ยง

  • พันธบัตรรัฐบาล (국채) เป็นพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล เกือบปลอดภัยที่สุด ให้ผลตอบแทนต่ำประมาณ 3-3.5% ต่อปี

  • พันธบัตรพิเศษ (특수채) เช่น การไฟฟ้าหรือการทางพิเศษ ออกโดยองค์กรรัฐที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ให้ผลตอบแทนประมาณ 4%

  • พันธบัตรท้องถิ่น (지방채) ออกโดยองค์กรท้องถิ่น เช่น จังหวัด ให้ความเสี่ยงมากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเสถียร

  • พันธบัตรธนาคาร (금융채) ออกโดยธนาคารและสถาบันการเงิน เหมาะกับการลงทุนระยะสั้นและมีสภาพคล่องสูง

  • พันธบัตรบริษัท (회사채) ออกโดยบริษัทเอกชน เช่น ซัมซุง LG หรือ Hyundai ให้ผลตอบแทน 3.5-5% แต่ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับเครดิตของบริษัท ควรเช็กเครดิตก่อนลงทุน

  • พันธบัตรสหรัฐ (미국 국채) เป็นพันธบัตรที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ให้ผลตอบแทนประมาณ 4% สำหรับพันธบัตร 10 ปี

ใครควรลงทุนในพันธบัตร?

พันธบัตรเหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำ เช่น

  • ผู้ที่ต้องการรายรับเป็นงวดๆ เช่น จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

  • ผู้เกษียณอายุหรือใกล้เกษียณ เพราะให้ความเสถียรและผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงิน

  • ผู้ที่กลัวความผันผวนของหุ้น เพราะพันธบัตรมีความผันผวนต่ำและช่วยลดความเสี่ยงพอร์ต

  • นักลงทุนที่ต้องการลดหย่อนภาษี เพราะดอกเบี้ยพันธบัตรถูกหักภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า

  • นักลงทุนต่างชาติ ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ต่างประเทศ เช่น พันธบัตรสหรัฐ

ควรระวังอะไรบ้างในการลงทุนพันธบัตร?

แม้จะเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องรู้

  • ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขึ้น ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาพันธบัตรเดิมจะตกลง ถ้าขายก่อนครบกำหนดอาจขาดทุน

  • ความเสี่ยงจากเครดิตของผู้ออก ถ้าบริษัทหรือรัฐล้มละลาย ก็อาจไม่ได้รับเงินต้นคืน

  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับพันธบัตรต่างประเทศ เช่น พันธบัตรสหรัฐ ถ้าเงินวอนอ่อนค่าก็อาจลดผลตอบแทน

วิธีเริ่มลงทุนพันธบัตรในปี 2026 มีอะไรบ้าง?

มี 3 วิธีหลักครับ

  1. ซื้อพันธบัตรโดยตรงผ่านโบรกเกอร์หรือธนาคาร
    สามารถซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือบริษัทได้โดยตรง เช่น ผ่านแอปฯ โบรกเกอร์ หรือธนาคาร ข้อดีคือภาษีดอกเบี้ยไม่เก็บเพิ่ม แต่ข้อเสียคือขั้นต่ำการลงทุนค่อนข้างสูง

  2. ลงทุนในกองทุนพันธบัตร
    เป็นกองทุนที่บริหารโดยบริษัทจัดการกองทุน กระจายความเสี่ยงและลงทุนในพันธบัตรหลายตัว เริ่มต้นเพียง 10,000-50,000 วอน แต่มีค่าธรรมเนียมประมาณ 0.5-1%

  3. ซื้อ ETF พันธบัตร
    เป็นกองทุนซื้อขายในตลาดหุ้น เหมือนหุ้นทั่วไป ราคาถูก ค่าธรรมเนียมต่ำ (0.05-0.2%) และสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สุด

สรุป ทำไมปี 2026 นี้พันธบัตรถึงน่าสนใจ?

เพราะคาดว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกจะลดลง ทำให้ราคาพันธบัตรปรับตัวขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเริ่มลงทุนพันธบัตร ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงิน และเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ควรเลือกพันธบัตรรัฐบาลหรือ ETF ก่อน แล้วค่อยขยายไปยังพันธบัตรบริษัทหรือพันธบัตรต่างประเทศทีละนิด การเริ่มต้นทีละน้อยก็ไม่ผิดอะไรครับ เพราะคุณก็ได้เปรียบกว่าคนที่ไม่รู้เรื่องเลยแล้ว

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด